skip to Main Content

* ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดเมื่อ 02/03/2564 15:17:18

พิมพ์ข้อมูลสรุป PDF

การบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

วันที่เริ่มนโยบาย 09/03/2558
สถานะ อยู่ระหว่างดำเนินการ
* ข้อมูลจากสำนักงานยโบบายและแผนพลังงาน eppome.com
มติ กพช.
ลักษณะนโยบายโดยสรุป

          เพื่อรักษาค่าการตลาดให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม จึงขอเสนอปรับลดอัตราเงิน ส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ ของน้ำมันเบนซินลง 2.00 บาทต่อลิตร และกลุ่มน้ำมันแก๊สโซฮอลลง 1.00 บาทต่อลิตร น้ำมันแก๊สโซฮอล E85 ปรับลดอัตราชดเชยลง 1.00 บาทต่อลิตร โดยทั้งนี้จะประสานขอความร่วมมือกับผู้ค้า ให้ปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันเบนซินลง 2 บาทต่อลิตร น้ำมันแก๊สโซฮอล 95E10 91E10 และ E20 ลง 1.00 บาทต่อลิตร น้ำมันแก๊สโซฮอล E85 ราคาคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ในส่วนของน้ำมันดีเซลเสนอปรับลดอัตราเงิน ส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ 2 ส่วน ดังนี้ ส่วนที่ 1 เสนอให้ปรับลดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ ลง 0.20 บาทต่อลิตร เพื่อให้ราคาขายปลีกของน้ำมันดีเซลปรับลดลง 0.50 บาทต่อลิตร และส่วนที่ 2 เสนอให้ปรับลดเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ ลงอีก 1.10 บาทต่อลิตร เพื่อนำไปรักษาระดับราคาขายปลีกของน้ำมันดีเซลให้คงเดิม หลังจากที่กระทรวงการคลังปรับเพิ่มภาษีสรรพสามิตและภาษีเทศบาลของน้ำมันดีเซลขึ้น 1.10 บาทต่อลิตร รวมทั้งยกเว้นการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงของน้ำมันดีเซลคงคลัง ณ วันที่ปรับภาษีสรรพสามิตอีกจำนวนหนึ่ง (1.10 บาทต่อลิตร x ปริมาณน้ำมันคงเหลือ)

คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ในการประชุมเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2562 ได้มีความเห็นว่า การจัดทำ (ร่าง) กรอบนโยบายการบริหารกองทุนฯ และ (ร่าง) คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ../2562 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นการดำเนินการตามพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 และเป็นไปตามข้อสังเกตของคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 5) เพื่อให้การดำเนินงานเกี่ยวกับการแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนทั้งในส่วนที่เกี่ยวข้องและ ไม่เกี่ยวข้องกับกองทุนฯ เป็นไปอย่างต่อเนื่องและไม่หยุดชะงัก กบง. จึงเห็นชอบ (ร่าง) กรอบนโยบาย การบริหารกองทุนฯ และ (ร่าง) คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ../2562 ตามที่กระทรวงพลังงานเสนอ และให้เสนอ กพช. เพื่อโปรดพิจารณาต่อไปแนวทางการปรับอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง มีดังนี้ (1) น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว ปัจจุบันกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงได้จ่ายเงินชดเชยราคาน้ำมันดีเซลหมุนเร็วในอัตรา 0.13 บาทต่อลิตร เพื่อไม่ให้ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลหมุนเร็วปรับเพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมันตลาดโลกที่มีแนวโน้มสูงขึ้น ประกอบกับค่าการตลาดของน้ำมันดีเซลหมุนเร็ววันที่ 29 มิถุนายน 2561 อยู่ที่ระดับ 1.3320 บาทต่อลิตร ซึ่งต่ำกว่าค่าการตลาดที่เหมาะสม ฝ่ายเลขานุการฯ เห็นควรปรับอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันดีเซลหมุนเร็วจากอัตราเงินชดเชยที่ 0.13 บาทต่อลิตรเป็น ชดเชยที่ 0.50 บาทต่อลิตร (ชดเชยเพิ่ม 0.37 บาทต่อลิตร) และ (2) น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี 20 จากประมาณการสภาพคล่องกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีรายจ่ายในการรักษาระดับราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี 20 ให้ถูกกว่าน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว (บี7) ประมาณ 3 บาทต่อลิตร จะทำให้กองทุนน้ำมันมีรายจ่ายจากน้ำมันดีเซลหมุนเร็วประมาณ 979 ล้านบาทต่อเดือน และน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี 20 ประมาณ 158 ล้านบาทต่อเดือน (ปริมาณการใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี 20 ที่ 1.5 ล้านลิตรต่อวัน) รวมรายจ่ายกลุ่มน้ำมันดีเซล ประมาณ 1,137 ล้านบาทต่อเดือนปัจจุบันภาครัฐมีการส่งเสริมให้มีการใช้เชื้อเพลิงที่มีส่วนผสมของพลังงานทดแทน (เอทานอล) โดยให้ราคาขายปลีกของเชื้อเพลิงที่มีส่วนผสมของเอทานอลมีราคาต่ำกว่าเชื้อเพลิงจากฟอสซิล และการใช้ ค่าการตลาดเป็นแรงจูงใจ โดยเชื้อเพลิงที่มีส่วนผสมของเอทานอลสูงจะมีค่าการตลาดที่สูงกว่าเชื้อเพลิงที่มีส่วนผสมของเอทานอลต่ำ ทั้งนี้เมื่อเปรียบเทียบกับค่าการตลาดที่เหมาะสมจากมติที่ กบง. เห็นชอบแล้ว พบว่าค่าการตลาดของน้ำมันแก๊สโซฮอล 95 E20 น้ำมันแก๊สโซฮอล 95 E85 สูงกว่าค่าการตลาดที่เหมาะสม รัฐจึงใช้กลไกของกองทุนน้ำมันฯ ในการรับภาระส่วนต่างราคา โดยมีรายได้จากกลุ่มน้ำมันดีเซลมาช่วยชดเชย และเพื่อไม่ให้เกิดการชดเชยข้ามกลุ่มระหว่างผู้ใช้เบนซินและแก๊สโซฮอล และกลุ่มผู้ใช้ดีเซล (Cross subsidy) จึงมีแนวทางการแก้ไขโดย ระยะสั้น ใช้กลไกของกองทุนน้ำมันฯ รักษาระดับค่าการตลาดน้ำมันแก๊สโซฮอล 95 (E20) ที่ 2 บาทต่อลิตร และ แก๊สโซฮอล 95 (E85) ที่ 3.50 บาทต่อลิตร และปรับอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ให้สภาพคล่องกองทุนในน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล มีค่าใกล้ศูนย์ (กลยุทธุ์ ศูนย์-สุทธิ) สำหรับในระยะยาว ปรับราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอลให้สะท้อนค่าความร้อน ฝ่ายเลขานุการฯ จึงได้เสนอให้ปรับเพิ่มอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ (ลดการชดเชย) ของกลุ่มน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอลโดยทยอยดำเนินการ 3 ครั้งในระยะเวลา 6 เดือน ซึ่งจะส่งผลให้กองทุนน้ำมันฯ มีสภาพคล่องใกล้ศูนย์1. สถานการณ์ก๊าซ LPG ในเดือนมกราคม 2561 สรุปได้ดังนี้ (1) ปริมาณการผลิตภายในประเทศอยู่ที่ประมาณ 535,827 ตัน ความต้องการใช้ภายในประเทศอยู่ที่ประมาณ 541,215 ตัน ทำให้มีส่วนที่ขาดอยู่ประมาณ 5,387 ตัน ซึ่งจะถูกชดเชยด้วยการนำเข้า โดยมีปริมาณการนำเข้าอยู่ที่ประมาณ 36,500 ตัน ซึ่งในจำนวนนี้เป็นการนำเข้ามาเพื่อการส่งออก (re – export) จำนวน 3,500 ตัน และคาดว่าจะมีปริมาณการส่งออกก๊าซ LPG ซึ่งมาจากการผลิตภายในประเทศประมาณ 40,500 ตัน สำหรับสต็อกคงเหลือ ณ วันที่ 1 ธันวาคม 2560 ประมาณ 103,099 ตันต่อเดือน (2) สถานการณ์ราคาก๊าซ LPG ในเดือนมกราคม 2561 ราคาก๊าซ LPG (CP) อยู่ที่ 580 เหรียญสหรัฐฯต่อตัน ราคาไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือนธันวาคม 2560 สำหรับสถานการณ์ราคาก๊าซ LPG Cargo เฉลี่ยเดือนมกราคม 2561 อยู่ที่ 535.97 เหรียญสหรัฐฯต่อตัน ราคาก๊าซ LPG นำเข้า (LPG cargo บวก X) เฉลี่ยเดือนมกราคม 2561 อยู่ที่ 19.5548 บาทต่อกิโลกรัม ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อน 0.4854 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนต้นทุนราคาก๊าซ LPG จากกลุ่มโรงแยกฯ (เดือนพฤศจิกายน 2560 – มกราคม 2561) ได้แก่ ต้นทุนของโรงแยกก๊าซธรรมชาติ อยู่ที่ 13.3723 บาทต่อกิโลกรัม (406.83 เหรียญสหรัฐฯต่อตัน) ต้นทุนของบริษัท ปตท. สผ. สยาม จำกัด อยู่ที่ 14.50 บาทต่อกิโลกรัม (441.14 เหรียญสหรัฐฯต่อตัน) และต้นทุนของบริษัท ยูเอซี โกลบอล จำกัด (มหาชน) อยู่ที่ 14.50 บาทต่อกิโลกรัม (441.14 เหรียญสหรัฐฯต่อตัน) โดยที่อัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยของเดือนมกราคม 2561 อยู่ที่ 32.1345 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ แข็งค่าขึ้นจากเดือนก่อนที่ 0.6949 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ ในส่วนของกรอบราคาสำหรับกำกับการแข่งขันเท่ากับ 0.67 บาทต่อกิโลกรัม 2. กองทุนน้ำมันฯ จึงควรปรับลดอัตราเงินชดเชยลงเพื่อลดภาระของกองทุนน้ำมันฯ ประกอบกับฐานะกองทุนน้ำมันฯ สำหรับก๊าซ LPG ณ วันที่ 28 มกราคม 2561 อยู่ในระดับต่ำ โดยอยู่ที่ 2,847 ล้านบาท ดังนั้น ฝ่ายเลขานุการฯ จึงได้เสนอปรับลดอัตราเงินชดเชยของกองทุนสำหรับก๊าซที่จำหน่ายเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิง (กองทุนน้ำมันฯ #2) ลง 1.5645 บาทต่อกิโลกรัม จากเดิมชดเชยที่ 6.3525 บาทต่อกิโลกรัม เป็นชดเชย 4.7880 บาทต่อกิโลกรัม โดยราคาขายปลีกคงเดิมที่ 19.82 บาทต่อกิโลกรัม ส่งผลให้กองทุนน้ำมันฯ มีภาระชดเชยลดลง 306 ล้านบาทต่อเดือน จากชดเชย 1,300 ล้านบาทต่อเดือน เป็น 994 ล้านบาทต่อเดือนผลจากการปรับอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ ตามข้อเสนอดังกล่าว จะทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันแก๊สโซฮอล E10 95 ลดลง 0.44 บาทต่อลิตร และแก๊สโซฮอล E10 91 เพิ่มขึ้น 0.06 บาทต่อลิตร และส่วนต่างราคาขายปลีกต่างกัน 0.29 บาทต่อลิตร รวมทั้งทำให้กองทุนน้ำมันฯ สำหรับน้ำมันสำเร็จรูป มีสภาพคล่องลดลงประมาณ 95.79 ล้านบาทต่อเดือน (หรือ 3.19 ล้านบาทต่อวัน) จากมีรายรับ 20.70 ล้านบาทต่อเดือน (หรือ 0.69ล้านบาทต่อวัน) เป็นมีรายจ่าย 75 ล้านบาทต่อเดือน (หรือ 2.50 ล้านบาทต่อวัน)

เพื่อปรับปรุงโครงสร้างในการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงให้มีความชัดเจนและมีกฎหมายรองรับ

แผนบูรณาการระยะยาว
กลุ่มประเภท
Timeline ข่าวสาร/มติการประชุม
Back To Top